+ Reply to Thread
Page 3 of 13 FirstFirst 12345 ... LastLast
Results 21 to 30 of 127
  1. #21
    yoshiz

    Re: Graphic Training

    Quote Originally Posted by copsychus
    ระดับ 3 ครับ สนุกมากๆเลย มีหลายๆอย่างที่ยังไม่รู้ ผมคงนำเอาไปใช้ประโยชน์ได้หลายๆอย่างแหละ เอ่อมีวิธีทำให้ผิวของ พื้นที่ที่เรา selection มันกลายเป็นผิวเหมือนกระจก แล้วมองทะลุออกไปด้านนอกไหมครับ แบบเหมือนคน มองกระจกอยู่ แต่ถ้าคุณเซฟรูปมา มันก็จะไม่เหมือนกระจก มัน ก็จะเหมือนรูป กว้างๆธรรมดาอะครับ มีวิธีไหมครับ ที่ให้มันเงาๆเหมือนกระจก

    ปล. signature คุณ เท่มากมายครับ
    มีตัวอย่างมั้ยคับนึกภาพไม่ออก

  2. #22
    yoshiz

    สลับสีสลับแสงสลับอารมณ์

    สลับสีสลับแสงสลับอารมณ์

    หลักการนี้ใช้ร่วมกับ Effects พิเศษโดยใช้ Grappa - White ในการสร้างสรรค์ Effects เส้นสายที่สวยงาม ดูนุ่มนวลอ่อนไหว สบายตา แล้วนำมาสลับสีสลับแสงทำให้เกิดความรู้สึก Effects จากนุ่มนวลกลายเป็นรุนแรงยิ่งขึ้น หนักแน่นสำดุด เอาหละลองมาอยู่ กลยุทธวิธีการทำกันเลย

    ขั้นตอนที่1.
    ให้ทำการสร้าง Effects จาก Grappa - White ของ eigelb.at (http://www.eigelb.at) ขึ้นมาก่อนโดยท่านสามารถเข้าไปวาดเส้นส่ยลวดลาย ได้ที่นี่ Grappa - White Effects (http://www.eigelb.at/HP/Links/Specia...ite/index.html) หรือท่านสามารถ Download มาทดลองเล่นในเครื่องของท่านได้เลย Download Now! ( http://www.eigelb.at/HP/Upload/Dateien/GrappaWH.zip )

    ขั้นตอนที่2.
    จากนั้นให้ท่านทำการวาดลวดลายเส้นสาย (ใช้ Mouse วาด) ตามจินตนาการของท่าน หลังจากนั้นให้ทำการ Print Screen (กดปุ่มใก้ลกับ ScroolLock) แล้วมาสร้างไฟล์ใหม่ใน Photoshop โดยมาที่ File --> New แล้วทำการ Paste (Edit --> Paste)จากนั้นเลือกเฉพาะพื้นที่ ที่ต้องการจากนั้นก็ทำการ Copy แล้วมาสร้างไฟล์ใหม่ ก็จะได้ไฟล์ภาพ Effects ดังตัวอย่าง.





    ขั้นตอนที่3.
    จากให้ทำการสร้างพื้นหลังใน Layer ให้เป็นพื้นสีดำ แล้วหลังจากนั้นทำการสลับสีสลับแสงโดยมาที่คำสั่ง Image --> Adjuse --> Levels จากนั้นให้ทำการสลับค่า Output levels จาก 0 ก็เป็น 255 จาก 255 ก็เป็น 0 แล้วปรับค่าแสงตามต้องการ ก็จะได้ดังตัวอย่าง.





    ขั้นตอนที่4.
    จากขั้นตอนที่สามเป็นการสลับและเปลั่ยนแปลงค่าสีค่าแสง จากที่ดูนุ่มนวลกลายเป็นหนักแน่นมีพลัง สะดุดตากว่าเดิม แสงและสีมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น และท่านสามารถเปลี่ยนอารมณ์ของสีได้อีกโดยมาที่คำสั่ง Image --> Adjust --> Hue/Saturation โดยการปรับค่า Hue และ Sturation จะได้หลากหลาย อารมณ์ดังภาพตัวอย่าง.








    เป็นไงขอรับขั้นตอนง่ายๆ แบบว่า พื้นฐานนำมาเป็นหลักการที่สามารถใช้ออกแบบกราฟิกที่สวยสะดุดตาได้ และสามารถนำเป็น Effects มาตัดสีตัดแสงซ้อนกันใน Layer ได้อีกขอรับ ดังตัวอย่างงานออกแบบกราฟิค.



    ท่านสามารถ Download ตัวอย่าง Source Design ได้ที่นี่...(http://www.thaigraph.com/training/re.../psdsample.zip)


    ปล... ท่านสามารถ DownLoad Grappa Effectsได้ที่นี่ ( http://www.thaigraph.com/fileupload/...ffectsjava.zip )

  3. #23
    yoshiz

    สาธิต การออกแบบกราฟิคอย่างมีระบบ ในการทำ Products Title

    สาธิต การออกแบบกราฟิคอย่างมีระบบ ในการทำ Products Title

    ขั้นตอนที่1.
    ให้ทำการเปิด GrappaSP (Sepia) Effects ( http://www.thaigraph.com/training/systemgp/grappa.html ) ขึ้นมาโดยทำการลากเม้าเพื่อสร้างเส้นลายกราฟิค
    ที่มีลักษณะโยงใยกัน จากนั้นเมื่อทำการลากเส้นได้รูปที่ต้องการแล้ว ให้ทำการกดปุ่ม Print Screenแล้วเปิด Photoshop ขึ้นมาจากนั้น ทำการสร้างไฟล์ใหม่ (File ---> new) แล้วการใช้อุปกรณ์ Marquee tool สร้างเส้น Selection แล้วเลือกส่วนภาพที่เกิด Effects เท่านั้น จากนั้นก็ทำการ Edit ---> Copy จากนั้นก็สร้างไฟล์ใหม่แล้วทำการ Edit --> Paste ลงไปในพื้นก็จะได้ดังภาพ.



    ขั้นตอนที่2.
    จากนั้นทำการสร้างไฟล์เพื่อจะเป็นในการทำเป็น Title Product ตามขนาดที่เราต้องการ

    ขั้นตอนที่3.
    หลังจากนั้นทำการเลือกสี Foreground and background color ที่มีลักษณะสองสีโทนเดียวสีในลักษณะจะทำให้เป็นวรรณเดียวกัน ทำให้ความรู้สึกคล้อยตามดูดึงดูด และดูสบายๆ



    ขั้นตอนที่4.
    หลังจากนั้นให้ทำการสร้าง Layer ใหม่โดยคลิ๊กไอค่อนรูปกระดาษ แล้วทำการเลือกอุปกณ์Gradient Tool จากนั้นให้ทำการไล่เฉดในลักษณะ ล่างขึ้นบน ก็จะได้ดั่งภาพ.





    ขั้นตอนที่5.
    จากนั้นให้ทำการนำเอา Effects สำเร็จรูปที่เราทำการ Print Screen ขึ้นมาจากนั้นให้ทำการCopy และ paste ภาพลงไปในไฟล์งานของเรา แล้วทำการหดขนาดของภาพตามที่เราต้องการ โดยการกด Ctrl + T จากให้ให้ทำการให้แสงเป็นแบบ Multiply จากนั้นพื้นหลังสีขาวที่ติดมากับ Effects ก็จะหายไป ดังภาพตัวอย่าง.





    ขั้นตอนที่6.
    จากนั้นให้ทำการเปลี่ยนสี Effects ให้อยู่ในโทนเดียวกับพื้นหลังโดยใช้คำสั่ง Image ---> Adjust --> Hue/sturation ก็จะได้ดั่งภาพ.



    ขั้นตอนที่7.
    จากนั้นให้ทำการพิมพ์ตัวอักษรคำอธิบายประกอบภาพลงไปโดยสีตัวอักษรให้ต่างกันสองระดับ
    (แถวแรกจะเข้มสุดจะเป็นสีขาว แถวสองจะขาวหม่น) ก็จะได้งานที่เป็นแนวทาง จากนั้นเราสามารถเปลี่ยนสีพื้นหลังโดยการใช้ Hue/sturation เพื่อให้ได้สีตามที่เราต้องการ ภาพก็ออกมาดังตัวอย่าง.



    Tip ... ตอนนี้องค์ประกอบของงานกราฟิคนี้ได้แก่ Background (ไล่เฉด) , Effects ที่เป็นเส้น GrappaSP (Sepia) และตัวอักษรประกอบ เราสามารถนำเอาภาพมาเป็นองค์ประกอบได้อีก โดยระวังอย่างภาพคมกว่าพื้นหลังเพราะจะทำให้ ความรู้สึกที่มองกราฟิคดูขัดกัน เพราะฉะนั้นแสงในภาพที่จะมาประกอบนั้นต้องลดลงมาเพื่อให้เข้ากันพื้นหลังและสีของEffects กราฟิคถึงจะออกมาลงตัวพอดี

    เป็นไงขอรับพอจะแนวความคิดจากขั้นตอนการทำง่ายๆ ใช้อุปกรณ์ง่ายๆ และได้งานที่มีลักษระดูดีมีระดับ เมื่อก่อนธนาก็พยายามทำให้เหมือนกราฟิคของต่างประเทศที่เขาดูเหมือนง่ายแต่สวยงามมีเอกลักษณะ แต่ทำเท่าไหร่ก็ไม่ได้เหมือนอย่างเขา เพราะขาดการคิดออกแบบอย่างมีระบบไม่เข้าใจการเลือกสีเลือกน้ำหนักของ แสงระบบ และองค์ประกอบต่างๆ แต่ตอนนี้เข้าใจเลยสามารถออกแบบกราฟิคได้ ดูดีเหมือนฝรั่งเขาได้ เพราะมั่วจน เข้าใจความจริงนั้นเอง ...


    หมายเหตุ...สำหรับท่านที่ใช้ Windows XP ไม่สามารถเปิดดูได้ให้ทำการติดตั้ง Plugins Java เสียก่อน Download PluginsJava for Grappa ( http://www.thaigraph.com/filedown/plunginsjava.exe )

  4. #24
    yoshiz

    วิธีการเลือกใช้สีใน Photoshop ในการออกแบบกราฟิค แบบฉบับไทยกราฟ

    วิธีการเลือกใช้สีใน Photoshop ในการออกแบบกราฟิค แบบฉบับไทยกราฟ

    ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจระบบการเลือกใช้สีขั้นต้นของการใช้ Photoshop ให้ดูตามภาพตัวอย่างเนื่องจากแบบสีในการเลือกมีหลายแบบด้วยกันเพื่อไม่ให้สับสนเราขอเสนอให้เลือกแบบมาตรฐานตามโปรแกรม แต่แรกเลยขอรับ

    1.ระบบการเลือกสี
    จากภาพตัวอย่าง.



    ที่เป็นภาพ Color Picker หรือระบบการเลือกสีใน Photoshop เห็นว่าธนาจะแบ่งออกเป็นหลายๆ ส่วนด้วยกันเพื่อความเข้าใจเลยต้องแบ่งออกเป็นหลายส่วน เอาหละเรามาดูส่วนต่างๆ ว่ามันหมายความว่ายังไงทำหน้าที่อะไร

    ส่วน A. คือ โทนสี เป็น step แรกเลยในการเลือกสี ตามที่เราต้องการ เช่นต้องการโทนสี
    แดงก็ทำการเลื่อนลูกศรที่หันหน้าเข้าหากันไปด้านบนสุด เราก็จะได้โทนสีแดง

    ส่วน B. คือ น้ำหนักสีและความส่วางของสี ที่จะมีความเข้มจางที่ต่างกันตามทิศทางที่เราเลือก ณ ที่นี้เราจะแบ่งออกเป็น 4 ทิศใหญ่ได้แก่
    B1. คือ น้ำหนักของสีจะต่ำ ความส่วางจะสูง จนกลายเป็นสีขาวเมื่อเราเลือกสีมุมบนซ้ายสุด
    B2. คือ น้ำหนักสีจะมีปานกลาง ความสว่างของสีจะมีมาก เข้มและสดที่สุดเมื่อเราเลือกสีมุมบนขวาสุด
    B3. คือ น้ำหนักสีจะสูงความสว่างจะต่ำ จนกลายเป็นดำเมื่อเราเลือกมุมล่างสุด
    B4. คือ น้ำหนักความเข้มของสีที่เราเลือกจะสูงมาก ความส่วางของสีจะต่ำ ถ้าเลือกมุมล่างสุดจะทำให้ได้โทนสีดำทีบไปเลย

    ส่วน C. คือ ตำแหน่งนน้ำหนักสีและความสว่างของสีที่เราเลือก ถ้าเราเลือกตำแหน่งเดียวกันแต่สีคนละโทน น้ำหนักของสีและแสงของสีที่ได้จะสมดุลกัน

    ส่วน E. คือ ส่วนแสดงการตัดกันของสีที่เราเลือกก่อนและหลัง
    E1. สีที่เราเลือกปัจจุบัน


    E2. สีที่เราเลือกก่อนหน้านี้


    *** จะทำให้เราดูความเหมาะสมของการตัดกันของสีได้เป็นอย่างดี ***

    ยกตัวอย่างถ้าเราต้องการเลือกสี เหลืองเข้มตัดเหลืองทืบ ก่อนอื่นเราต้องเลือกสีเหลืองเข้มก่อน (จะกลายเป็นสีปัจจุบันจะอยู่ส่วน E1.) หลังจากนั้นเมื่อเราทำการ OK แล้วกลับมาเลือกอีกครั้งสีที่เราเลือกครั้งแรกจะไปอยู่ตำแหน่ง E2. และเราสามารถดูการตัดกันของสีที่เราเลือกในตำแหน่ง E. ได้เลย

    ตำแหน่ง G1. คือ ลักษณะรูปแบบที่เราเลือกสี จะมีอยู่หลายลักษณะด้วยกัน ณ ที่นี้แนะนำให้ใช้
    H จะง่ายต่อการเลือก
    ตำแหน่ง G2. คือ การปรับค่าตามค่าสีตาม Mode CMYK ซึ่งจะใช้ในงานพิมพ์มาก โดยทางโรงพิมพ์ หรือ ลูกค้าจะเป็นคนกำหนดค่าให้เรา ซึ่งจะได้สีและน้ำหนักสีที่เป็นมาตรฐานได้

    ตำแหน่ง F. จะเป็น โคสสีที่เราสามารถนำไปใช้กับ Web ได้ เช่นเราสามารถจำค่าโคสสีที่เราผสมได้ เอาไปใช้เป็นสีหลักในการออกแบบเวปเราได้ เช่น #006699 จะได้สีน้ำเงินแนวคลาสสิค ซึ่งผมมักจะนำมาออกแบบสีพื้นหลังบนเวปไทยกราฟเมื่อก่อน

    2. Step การเลือกสี (ขั้นต้น)
    Step1. ก่อนอื่นต้องเลือกที่โทนสีก่อน

    Step2. หลักจากนั้นให้เลือก น้ำหนักความสว่างความเข้มจางของสี


    Step3. ถ้าต้องการเลือกสีให้ตัดกันสองสีให้ทำการ เลือกสีก่อนหลังจากนั้น OK แล้วกลับมาเลือกอีกครั้งสีที่เราเลือกครั้งแรกจะลงมาอยู่แถบสีด้านล่างแล้วเราก็เลือกสีที่สองที่ ต้องการนำมาตัดกัน



    3. หลักการนำมาใช้ในงานออกแบบ
    On.1 การเลือกสีโทนเดียวกันที่มีน้ำหนักและความสว่างของสีต่างกัน
    โทนสีคงที่แต่ตำแหน่งน้ำหนักความสว่างของสีต่างกัน การเลือกในลักษณะนี้จะทำให้จะได้ความมีมิติให้แก่ วัตถุที่มี รูปร่างและรูปทรง และรวมถึงตัวอักษรไอค่อน ทำให้ เกิดมิติขึ้นมา



    On. 2 เลือกสีต่างโทนแต่น้ำหนักและความสว่างสีเท่ากัน
    โทนสีต่างกัน และน้ำหนักความสว่างของสีคงที่ การเลือกในลักษณะนี้จะทำให้สีต่างโทนตัดกันได้อย่างลงตัว ทำให้ดูแล้วฉาบเรียบไม่ตะกุกตะกัก สบายตาดี



    On.3 เลือกโทนสีที่ต่างกันน้ำหนักและความสว่างของสีไม่เท่ากัน
    โทนสีจะไม่เหมือนกันและน้ำหนักความสว่างของสีก็ต่างกันจะทำให้ งานที่ออกมามีจุดเด่นจุดสะดุจตาที่ต่างกันไม่จำเจ ดูท้าทาย ดูซับซ้อน หาเอกลักษณ์ได้ง่าย โดยเน้นสีหลักและสีองค์ประกอบ สีที่ดูเข้มสว่างมากจะดูเด่น



    On.4 เลือกกันหลายๆ กลุ่มและมารวมกันเป็นชิ้นงาน
    โทนสีจะแยกออกเป็นกลุ่มๆ แล้วนำมาซ้อนกัน จะทำให้เกิดความหลากหลายในชิ้นงาน และสื่อความหมาย สร้างความสนใจในงานได้มาก แต่ควรกะน้ำหนักโทนสีร่วมพอดีๆ ดีมากกว่านั้นจะทำให้ลายตาดูยาก



    4. การใช้ Tool และคำสั่งใน Photoshop ในการปรับแต่งหรือเปลี่ยนแปลง น้ำหนักความสว่างของสี Photoshop มี Tool ในการปรับเปลี่ยนสีและน้ำหนักและความส่วางของสีได้ดั่งใจ คำสั่งที่นิยมใช้กันก็คือ
    Hue/Sturation (Images --> Adjust --> Hue/Sturation)



    Hue/Sturation จะช่วยให้สะดวกในการเลือกสีเปรียบเทียบสี จนเราพอใจ ไม่ว่าจะเป็นสีโทนเดียวหรือหลายๆ โทนสลับกัน สามารถปรับเปลี่ยนทั้งน้ำหนักและความวสว่างของสีได้

    Hue คือ การปรับเปลี่ยนโทนสี ที่เราเลือก

    Saturation คือ น้ำหนักของสี หรือ ความ อิ่มตัวของสี

    Lightness คือ ความสว่างของสี

    Colorize คือ ปรับสีแบบโทนเดียว ใช้กับงานที่ต้องการให้ออกมาสีโทนเดียว ถ้าต้องการหลายโทนก็ไม่ต้องเลือก

  5. #25
    fanghost

    Re: Graphic Training

    เทพครับ ชอบๆ :007:

  6. #26
    Tews

    Re: Graphic Training

    thx a lot

  7. #27
    akarapon

    Re: Graphic Training

    ขอบคุณมากๆคับ เรื่องการแต่งภาพ ผมชอบทำเล่นๆ สนุกดี

  8. #28
    --JuMBo_Man--

    Re: Graphic Training

    เก่งจังเลย กำลังหัดอยู่ อิอิ

  9. #29
    yoshiz

    วิธีสร้างรูปทรงบนก้อนเมฆ

    วิธีสร้างรูปทรงบนก้อนเมฆ

    เราทั้งหลายต่างเคยจ้องมองไปบนท้องฟ้าแล้วจินตนาการให้เห็นใบหน้าหรือรูปทรงต่างๆ ที่เกิดจากกลุ่มก้อนเมฆ ในฉบับนี้เราจะใช้โปรแกรม Photoshop ในการเลียนแบบเอฟเฟ็คท์เดียวกันนี้ แต่เมฆจะมีรูปทรงเหมือนกับพญาอินทรีย์ที่กำลังโบยบินบนท้องฟ้า ดังนั้นคุณจึงจำเป็นต้องสร้างภาพนกอินทรีย์ที่กำลังบินและใช้ภาพเมฆอีกสักสองสามภาพที่ด้ทำการ copy แล้ว paste ภาพเมฆจริงๆ ลงบริเวณภาพผลลัพธ์เพื่อทำให้ภาพดูสมจริงยิ่งขึ้น

    คุณควรจะลองหาภาพถ่ายเมฆสวยๆ มาดูเสียก่อนเพื่อสร้างความคุ้นเคยว่าเมฆนั้นมีหน้าตาอย่างไร เพราะสิ่งที่สำคัญก็คือภาพผลลัพธ์ที่ออกมานั้นจะต้องดูสมจริงมากกว่าภาพเมฆปลอมๆ


    ในตอนแรก คุณจะทำการ 'ระบาย' รูปเมฆด้วยโปรแกรม Photoshop โดยใช้ขนาดแปรงและค่าความเข้มหลายๆ ค่าผสมกัน ถ้าจะให้ดีที่สุดควรใช้บอร์ดกราฟิกแบบสัมผัสและปากกา(Pressure sensitive graphic tablet and stylus) ในการวาดเพราะมันจะช่วยควบคุมความเข้มและขนาดของหัวแปรงผ่านน้ำหนักมือที่คุณกดปากกา แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร เพราะคุณสามารถวาดภาพด้วยเมาส์ให้สวยงามได้เช่นกันหากหมั่นปรับเปลี่ยนค่าความเข้มและขนาดของหัวแปรงขณะที่วาด

    หัวใจของงานนี้คือความแนบเนียน คุณต้องค่อยๆ สร้างภาพเมฆขึ้นมาอย่างช้าๆ เพื่อความสมจริง ถ้าจะให้พูดตรงๆ ก็คือ ถ้าคุณเป็นคนที่อดทนกับวิธีการนี้ไม่ได้ เทคนิคนี้อาจไม่เหมาะกับคุณ

    และพอถึงเวลาที่ต้อง copy และ paste ภาพเมฆของจริงลงไปในภาพ คุณสามารถใช้คำสั่ง Edit > Transform เพื่อให้เอฟเฟ็คท์นั้นออกมาสวยงาม และไม่ว่าจะใช้ออปชั่นใดก็ตามในคำสั่ง Edit > Transform นี้ จะเห็น bounding Box รอบๆ ภาพเมฆที่แปะลงไป และคุณก็สามารถเลื่อน bounding box นี้เพื่อปรับขนาดหรือเปลี่ยนแปลงรูปทรงของเมฆที่คุณแปะลงไปได้

    1 เริ่มต้นวางโครงร่าง เปิดไฟล์ cloudsstart.jpg แล้วเปิดเลเยอร์ใหม่ขึ้นมา (Ctrl-Shift-N) จากนั้นวาดโครงร่างภาพนกอินทรีย์ลงในเลเยอร์ใหม่นี้ด้วยแปรงขนาดเล็ก ต่อไปก็เปิดเลเยอร์ใหม่อีกชั้นหนึ่งแล้วทำการเลือกอุปกรณ์ Brush และเลือกหัวแปรงแบบ Airbrush Soft Round 100 ขึ้นมา



    2 เมฆชั้นแรก ใช้อุปกรณ์ Eyedropper ดึงตัวอย่างสีเทากลางจากก้อนเมฆที่มีอยู่ในภาพนั้น จากนั้นเลือกอุปกรณ์ Brush อีกครั้งหนึ่งแล้วลดค่า flow ของ Airbrush ให้เหลือ 50 เปอร์เซ็นต์ เสร็จแล้วให้ระบายสีในบริเวณรูปทรงนกอินทรีย์และพยายามระบายให้สีมีน้ำหนักต่างกันบ้าง



    3 CLOUDS LAYER MASK ตอนนี้ให้ลบเลเยอร์ภาพโครงร่างโดยลากเลเยอร์นั้นลงไอคอนถังขยะใน Layer palette แล้วทำ Layer Mask ในเลเยอร์เมฆด้วยคำสั่ง Layer > Layer Mask > Reveal All จากนั้นให้คลิกภาพ thumbnail ใน Layer Mask แล้วใช้คำสั่ง Filter > Render > Clouds เพื่อเพิ่มเอฟเฟ็คท์ลงไปใน Layer Mask นี้




    4 เพิ่มความสว่าง เราจำเป็นต้องทำให้ส่วนที่สว่างที่สุดใน Mask นี้สว่างขึ้นอีก ให้ใช้คำสั่ง Image > Adjustment > Brightness and Contrast ทำการเพิ่มค่า Brightness เป็น +22 และ Contrast เป็น +35 และขณะที่ยังอยู่ใน Layer Mask นี้ให้ระบายสีขาวบริเวณกลางของรูปทรงนกอินทรีย์เพื่อทำให้มันสว่างยิ่งขึ้น



    5 เลือกแปรงใหม่ เปิดเลเยอร์ชั้นใหม่ (Ctrl-Shift-N) สำหรับระบายรายละเอียดเมฆเพิ่มอีกเล็กน้อย ให้เลือกอุปกรณ์แปรงจาก Toolbar และเลือกหัวแปรงแบบ Spatter ขนาด 46 พิกเซลจาก Brush Picker จากนั้นคลิกไอคอน Airbrush ที่อยู่ใน Options bar ปรับค่า Opacity เป็น 40 และ Flow เป็น 45 เปอร์ เซ็นต์



    6 เพิ่มเมฆขนาดเล็ก เลือก Foreground swatch ให้เป็นสีน้ำเงิน-ขาวแล้วค่อยๆ ระบายแอร์บรัชรอบรูปทรงนกอินทรีย์เพื่อสร้างริ้วเมฆเส้นเล็กๆ ขึ้นมา เลือกใช้หัวแปรงหลายๆ ขนาดและทำให้บางที่มีเมฆหนาขึ้นด้วยการใช้เทคนิคนี้ทำทับเข้าไปอีกสักทีสองที




    7 แปะภาพเมฆลงไป เปิดไฟล์ภาพเมฆเพื่อทำการ copy ภาพบางส่วนโดยเลือกใช้อุปกรณ์ Lasso แล้ว Selectionบางส่วนของเมฆที่คุณคิดว่าเหมาะสม จากนั้นใช้คำสั่ง Edit > Copy แล้วกลับไปยังภาพหลักเลือกคำสั่ง Edit > Paste และปรับขนาดของเมฆด้วยคำสั่ง Edit > Transform > Scale



    8 ปรับตำแหน่งและค่า BLENDING ย้ายตำแหน่งเมฆให้เหมาะสมด้วยอุปกรณ์ลูกศร (V) เปลี่ยนโหมด blending ให้กับเลเยอร์ที่เพิ่งแปะนี้เป็น Lighten ใน Layers palette จากนั้นเลือกอุปกรณ์ยางลบโดยเลือกหัวแปรงแบบนุ่มแล้วทำการลบบริเวณสีขาวรอบๆ เมฆที่เพิ่งแปะลงไปนี้




    9 ขั้นตอนสุดท้าย LAYER OPACITY คุณสามารถเพิ่มเมฆลงไปกี่ก้อนก็ได้ตามต้องการด้วยวิธีที่กล่าวมานี้ วางตำแหน่งให้เหมาะสมแล้วปรับขนาดด้วยคำสั่ง Edit > Transform สุดท้ายให้ปรับค่า Opacity ของเมฆแต่ละเลเยอร์เพื่อเปลี่ยนแปลงความเข้มของเมฆแต่ละกลุ่ม จากนั่นใช้คำสั่ง Flatten แล้ว Save งานได้เลย



  10. #30
    Rock.exe

    Re: Graphic Training

    Pin ให้นะ ^^


Facebook Comments


Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •