+ Reply to Thread
Page 1 of 5 123 ... LastLast
Results 1 to 10 of 44
  1. #1
    [BaR-B-GoN]

    อัพเรื่อยๆ [How to CG] - พื้นฐานการวาดตัวละคร part1 ใบหน้า

    สารบัญ

    เทคนิคการลงสีด้วย การซ้อนเลเยอร์ และ Blending mode - rep แรก
    มาวาดท้องฟ้ากันเถอะ! - http://www.thaicybergames.com/webboa...500#msg2675500
    เทคนิคการทำเอฟเฟคท์สีเรืองแสง - http://www.thaicybergames.com/webboa...285#msg2717285
    Workshop - Tokugawa Ieyasu - http://www.thaicybergames.com/webboa...472#msg2723472
    พื้นฐานการวาดตัวละคร part 1 ใบหน้า - http://www.thaicybergames.com/webboa...691#msg2729691

    มีคำถามอะไรโพสไว้ได้เลยครับพ้ม

    -------------------------------------------------------------------------------------------------------

    เทคนิคการลงสีด้วย การซ้อนเลเยอร์ และ Blending mode

    วันนี้เราจะมาดูวิธีใส่แสงภาพนี้กัน



    สำหรับโปรแกรมที่ใช้ > PS นะครับ

    อุปกรณ์ที่ควรมี เมาส์ปากกา คือเมาส์ธรรมดาก็ selection ลงสีได้แหละ แต่มันจะถึกมากๆ
    ความรู้เบื้องต้นที่ควรมี layer, selection, blending mode, ไม่งั้นอาจแล้วอาจจะติด stun เป็นพักๆ

    ช้าอยู่ใย ไปลุยกันเลย ขั้นแรกก็ร่างภาพ กำหนดทิศทางแสงคร่าวๆ แล้วก็ตัดเส้นซะ จากนั้นก็ลงสีแบ่งตัวละครกับแบคกราวไว้คนละเลเยอร์ หลายคนอาจจะงงว่าทำไมต้องลงสีกั้นตัวละคร เดี๋ยวทำไปเรื่อยๆ ก็จะรู้เอง ยังไงขอรวบรัดขั้นตอนนี้ไปเลยนะ (นายแบบเรา แขนด้วนไปข้างนึง เผื่อใครสงสัย )



    ภาพประกอบ อาจมีภาษาอังกฤษอธิบายอีกที เพราะมันเป็น how to ที่เอาลง DA ครับ เราขี้เกียจทำใหม่ ฮาาาา (โดนเตะ) เดี๋ยววจะงงว่า ทำไมอีนี่ต้องกระแดะอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ (แถมเขียนก็ไม่ค่อยจะถูก = =)

    จากนั้นเริ่มลงรายละเอียดแบคกราวตามที่ร่างไว้ก็คือเป็นกำแพงอิฐ ใช้บรัชหัวแข็งปรับ opacity กับ flow ต่ำๆ (เราใช้ที่ opacity 40% flow 35%) เลือกสีโทนเดียวกับแบคกราวแต่เข้มกว่าแล้วค่อยๆ ปาดไปครับ ถ้าต้องการเน้นส่วนที่เป็นเงาก็ปาดซ้ำไปหลายๆ รอบ ได้เลย เพราะบรัช Opacity ต่ำๆ ปาดทับหลายๆ รอบแล้วสีมันจะเข้มขึ้นเอง



    เสร็จแล้วก็เริ่มไล่แสงอ่อนๆ ตามที่กำหนดทิศทางไว้ตอนแรก ใช้บรัชหัวฟุ้ง ปรับ opacity กับ flow ต่ำๆ แล้วค่อยๆ พ่นในส่วนที่อยากให้มันมืด เสร็จแล้วปรับโหมดแปรงเป็น dissolve แล้วพ่นซ้ำอีกที เพราะแปรงแบบ dissolve จะให้เม็ดสีกระจายๆ ลักษณะคล้ายๆ ฝุ่น เสร็จแล้วเราปรับ brightness ลงอีกนิดนึงเพราะคิดว่าแบคกราวมันยังสว่างไป (Image > Adjustment > Brightness/Contrast)

    จากนั้น เริ่มลงสีตัวละคร กลับไปที่เลเยอร์ที่เรากั้นสีตัวละครไว้แล้วคลิกขวา แล้ว load selection ขึ้นมา จะเกิด selection รอบตัวละครตามที่เราแบ่งสีไว้ คราวนี้ก็ลงสีได้แบบสบายใจเลย เพราะสีจะไม่หลุดออกนอก selection ไปเลอะแบคกราวแน่นอน จากนั้นก็ลงสีตัวละครตามที่เราคิดไว้ สำหรับคนที่ยังไม่ชำนาญแนะนำให้แยกเลเยอร์เวลาลงสี สีนึงเลเยอร์นึง หรืออะไรทำนองนี้ จะช่วยได้มากครับ



    เรียบร้อย สังเกตว่า สีที่เราลงมันจะดูมืดมาก การลงสีวิธีนี้เราจะลงสีที่เป็น "เงา" นำไปก่อนเลย เพราะเราจะเปิดส่วนที่เป็น "แสง" กันทีหลังนะ

    เราจะใส่เงาลงไปอีกที ให้เปิดเลเยอร์ใหม่ ปรับ blending เป็น multiply แล้วเท gradient สีเทาอ่อนๆ ไล่จากส่วนที่เป็นเงาขึ้นมา สังเกตว่า selection ของเราช่วยได้มากเลย เพราะ gradient ที่เทลงไปจะไม่ล้นออกมาข้างนอกตัวละครครับ

    blending เปลี่ยนตรงนี้




    เริ่มดูโอเคขึ้นมาและ แต่ยังก่อน คราวนี้ deselect selection ของเราก่อน แล้วเปิดเลเยอร์ใหม่ขึ้นมา ปรับ blending เป็น overlay แล้วใช้สีขาวทาตรงส่วนที่แสงลงเลย ปาดเข้าไป จากนั้นลด opacity ให้แสงดูไม่เว่อร์เกิน ตรงนี้สีตรงไหนพอโดนแสงแล้วรู้สึกว่ามันแปลกๆ ปรับมันซะด้วย color balance / brightness หรือใครถนัด curve levels ก็แล้วแต่สะดวกเลยครับ จากนั้นเปิดอีกเลเยอร์ ปรับ blending เป็น multiply แล้วเอาสีเทาปาดตรงที่เงาที่เราอยากจะเน้นให้มืดเป็นพิเศษ (ส่วนที่เป็นสีเทาในเลเยอร์ overlay จริงๆไม่มีนะ เราเอาสีเทารองเป็น bg เพื่อที่จะให้เห็นว่าเราเอาสีขาวปาดตรงไหนบ้าง)



    ทีนี้โหลด selection ตัวละครเราขึ้นมาอีกที แล้วใช้ยางลบลบแสงออกในส่วนที่มันควรจะเป็นเงา งงมะ ถ้างงลองดูภาพแล้วน่าจะหายงง



    คราวนี้ถึงเวลา smudge tool พระเอกของเราแล้ว สำหรับคนที่ไม่เคยใช้ เครื่องมือตัวนี้มีไว้เกลี่ยสี แต่เครื่องมือนี้แดกแรมมากถึงมากที่สุด เพราะฉะนั้นสำหรับทุกท่านที่แรมน้อย จงถูแล้วปล่อย ถูค้างนานๆ เครื่องค้างไม่รู้นะ



    ภาพประกอบสำหรับคนไม่เคยใช้ smudge tool อันนี้ก่อนใช้



    หลังใช้ (นึกถึงโฆษณาขายครีมทาผิว มีก่อนใช้หลังใช้ 5555)



    ใช้ smudge เกลี่ยสีแบบใจเย็นๆไปเรื่อยๆ อย่ารีบร้อน ตรงไหนที่ต้องการให้แสงดูสว่างน้อยลงหน่อยก็ใช้ยางลบ หัวฟุ้ง opacity กับ flow ต่ำๆ ถูๆ แสงจะดูอ่อนลงนิดนึง ระหว่างนี้เก็บก็รายละเอียดอื่นๆ ไปด้วย



    สำหรับคนที่นึกภาพเวลาเกลี่ยไม่ออก ลองดูภาพนี้



    ทีนี้พอตัวละครเรียบร้อย ก็ทำแบบเดียวกับแบคกราว เรายังมี selection ตัวละครอยู่ใช่มะ คลิกขวาที่ selection แล้วเลือก select inverse ทีนี้ selection จะเปลี่ยนมาอยู่ในในส่วนแบคกราวแทน คราวนี้ก็ปาดแสงแบคกราวกันได้แบบไม่ต้องกลัวล้นเข้าไปในตัวละครแล้ว

    ที นี้ใส่แสงในส่วนหูฟังและอะไรซักอย่างที่คล้ายๆ ไอพอด (555) แล้วเปิดเลเยอร์ใหม่ ปรับ blending เป็น color แล้วพ่นสีน้ำเงินในส่วนแสงจากหูฟังตกกระทบ (ขอข้ามเรื่องเทคนิคการทำเอฟเฟคแสงในส่วนหูฟังไปครั้งหน้านะครับ เพราะชักจะยาวและ)



    แล้ว merge layer ทั้งหมด แล้วใช้ dodge ถูๆ เพิ่มไฮไลท์อีกนิด duplicate layer แล้วเปลี่ยน blending layer ด้านบนเป็น multiply แล้วลด opacity ลงเพื่อให้สีดูสดขึ้น แล้วก็ merge ซะ



    เย่ เรียบร้อย

    ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ ครั้งนี้เป็นการทำ How to ครั้งแรกของเราเลย อาจจะมีตกหล่นบ้างนะ สำหรับวิธีลงสีแบบนี้ไม่น่ายากเกินไปถ้าเข้าใจเรื่อง layer แล้วมันก็ไม่ยุ่งยากเรื่องการคุมโทนสีด้วย เราว่ามันค่อนข้างเหมาะกับมือใหม่ที่ยังไม่ชำนาญเรื่องสี (ความเห็นส่วนตัวล้วนๆ)

    ชมแกลเลอรี่ของผมเต็มๆ ได้ที่ http://xzodust.deviantart.com/

    สงสัยวิธีทำภาพไหนแปะถามไว้ได้ครับ จะทยอยอัพให้ครับพ้ม

  2. #2
    battleboom

    Re: How to CG - เทคนิคการลงแสงตัวละครด้วย overlay layer

    ขอบคุณมากๆๆ ครับ :004:

  3. #3
    BraveMaster

    Re: How to CG - เทคนิคการลงแสงตัวละครด้วย overlay layer

    โอววว แหล่มสุดๆไปเลยครับ :004:

  4. #4
    Constrictor

    Re: How to CG - เทคนิคการลงแสงตัวละครด้วย overlay layer

    ขอบคุณที่มาอชร์นะครับ อุโฮ๊ะ

  5. #5
    spectra1313

    Re: How to CG - เทคนิคการลงแสงตัวละครด้วย overlay layer

    AC นี่ฟ่า

    ปล. +1ครับ ลองเอาไปทำสวยดี

  6. #6
    [BaR-B-GoN]

    Re: How to CG - เทคนิคการลงแสงตัวละครด้วย overlay layer

    มาอัพเดทกันกระทู้บูด ฮาๆ

    มาวาดท้องฟ้ากันเถอะ

    ครั้งนี้ยาว + โหลดเยอะนิดนึงนะ

    *ภาพประกอบเอนทรี่นี้ ขอสงวนลิขสิทธิ์การนำไปใช้ต่อนะครับ

    ผมเชื่อว่าหลายๆ คนคงมีปัญหากับการวาดท้องฟ้า เพราะฉะนั้นวันนี้จะเอาเทคนิคหากินมาเผยแพร่ให้ได้รู้กันไปเลย 555 สำหรับโปรแกรมที่ใช้ ยังคงเป็นโฟโต้ชอบเหมือนเดิมครับ

    1. กำหนดโทนสีและจุดกำเนิดแสง (พระอาทิตย์ / พระจันทร์ / อื่นๆ)

    ดูว่าเราต้องการฟ้าเวลาไหน กลางวัน กลางคืน พระอาทิตย์ตก พระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์จะอยู่ตรงไหน อยู่ในภาพหรือเปล่า อยู่หลังเมฆ หรือว่าจะอยู่ล้นภาพออกไป ลองมาดูตัวอย่างกันครับ

    ภาพนี้โทนสีเหลือง ส้ม ไล่ไปม่วงครับ เป็นภาพพระอาทิตย์ตก (ขออภัยมันยังไม่เสร็จ - -'')



    ภาพนี้ใช้โทนสีฟ้าธรรมดา



    อย่ายึดติดว่า ท้องฟ้ามันต้องเป็นสีฟ้า หรือสีส้มตลอดนะครับ เราสามารถกำหนดโทนสีได้ตามใจชอบ ถ้าโดยรวมแล้วมันไม่ทำให้ภาพดูแปลกไป

    อย่างภาพนี้ ท้องฟ้ากลางคืน แต่ฟ้าเขียว



    หรือภาพนี้ ฟ้าแดงมาเลย เพราะต้องการความมีพลังของสีแดงในภาพครับ



    ทั้งนี้ ผมว่ามันขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการบรรยากาศของสีไหนในภาพ แต่ละสีจะให้บรรยากาศไม่เหมือนกัน ซึ่งถ้าว่ากันตามนี้ คงต้องย้อนกลับไปดูเรื่องทฤษฏีสีอีกทีหนึ่ง - -''

    2. เมฆ

    ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง ฟ้าก็เหมือนกัน งามเพราะเมฆครับ

    ผมจะขอแบ่งเมฆออกเป็นสองแบบแล้วกัน คือ เมฆที่ลอยเป็นก้อนๆ กับเมฆที่ปลิวตามลม

    อันนี้ลักษณะเมฆที่เป็นก้อนๆ



    ส่วนอันนี้เมฆปลิวตามลม



    มาดูวิธีทำเมฆก้อนๆ กันก่อน

    ร่างโครงเมฆคร่าวๆ บนฟ้าครับ



    แล้วก็ลงสี โดนปาดสีที่เข้มกว่าเข้ามาในตัวเมฆเเรื่อยๆ โดยดูดสีจากท้องฟ้ามาเพื่อไม่ให้โทนสีเพี้ยน โดยที่ขอบเมฆนั้นยังคงเป็นไฮไลท์อยู่ครับ



    พอลงสีคร่าวๆ ก็เริ่มเก็บรายละเอียด ใช้บรัชอ่อนๆ ค่อยๆ ปาดสีเข้าหากัน อย่าลืมว่าเมฆนั้นจะมีลักษณะเป็นปุยๆ เพราะฉะนั้นเวลาปาดสีให้ปาดในลักษณะโค้งๆ ครับ ลองดูภาพประกอบ (หรือใครจะใช้ smudge tool ในการเกลี่ยสีก็ได้)



    พอปาดสีไปเรื่อยๆ ผมอยากให้ขอบเมฆมีลักษณะปลิวเหมือนโดนลมพัด ก็เอา smudge tool ลากออกไปครับ



    เรียบร้อย



    ไม่ว่าจะเป็นเมฆตอนไหน หลักการลงสีคล้ายๆ กันครับ ถ้าเป็นเมฆในช่วงพระอาทิตย์ตก ส่วนสว่างของเมฆก็จะออกเหลืองๆ ส้มๆ ในขณะที่ส่วนมืดก็อาจจะน้ำตาล หรือเป็นม่วง แล้วแต่โทนสีท้องฟ้าที่เราใช้ครับ ถ้าเป็นเมฆกลางคืนก็ปรับโทนสีไปทางมืดๆ ดำๆ เลย แต่ทั้งนี้ให้ดูโทนสีของท้องฟ้าเป็นหลักนะครับ

    ส่วนเมฆที่ปลิวตามลม ผมก็จะเริ่มจากเมฆที่เป็นก้อนๆ นี่แหละ แล้วก็ใช้คำสั่ง radial blur ช่วย นี่แหละนะพลังแห่งโฟโต้ชอบ (จะกล่าวถึงต่อไป)

    การลงสีเมฆ ถ้าเมฆอยู่ใกล้จุดกำเนิดแสง (พระอาทิตย์ พระจันทร์ หรืออื่นๆ) ส่วนที่เป็นเงาก็จะมืดมากขึ้น และส่วนที่เป็นไฮไลท์ก็จะสว่างมากขึ้นครับ

    3. พระอาทิตย์ พระจันทร์

    เป็นจุดกำเนิดแสงในท้องฟ้าครับ ปกติแล้วเราจะเจอมันในภาพพระอาทิตย์และภาพกลางคืนตกซะส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นไปดูวิธีเลยดีกว่า

    ขอเริ่มจากภาพพระอาทิตย์ตกก่อนแล้วกัน เริ่มมาก็กำหนดโทนสีก่อนครับ



    จากนั้นกำหนดจุดกำเนิดแสง เอาสีขาวระบายลงไป



    จากนั้นก็เกลี่ยสีขาวเข้าหาสีเดิมในทิศทางเส้นขนานครับ จะใช้บรัชหรือ smudge ก็แล้วแต่ถนัด ตรงนี้ผมคิดว่าท้องฟ้าด้านบนดูเรียบไป ก็จัดการเกลี่ยมันด้วยซะเลย



    ใกล้เสร็จละ แต่ผมคิดว่าโทนสีเดียวมันน่าเบื่อไป เลยเปิดเลเยอร์ใหม่ แล้วเท gradient สีม่วงอ่อนๆ ลงไปครับ



    เรียบร้อย ที่เหลือก็ใส่เมฆครับ

    คราวนี้มาดูพระจันทร์บ้าง

    กำหนดโทนสีเหมือนเดิมครับ ผมให้ช่วงที่สว่างนั้นน้อยหน่อย เพราะแสงจากพระจันทร์มันจะไม่สว่างมาก



    แล้วก็กำหนดว่าพระจันทร์ของเราจะโผล่มาตรงไหน



    จากนั้นเอาบรัชสีโทนเดียวกับท้องฟ้า แต่ปรับให้มืดลงมาอีก แล้วปาดจากข้างๆ เข้ามาครับ ปาดสีในลักษณะเหมือนตีกรอบพระจันทร์ไปเลย เพระพระจันทร์จะให้แสงในลักษณะวงแคบๆ อยู่แล้วครับ



    จากนั้นก็เอาบรัชสีสว่าง ในที่นี้คือชมพูอ่อนๆ กดลงไปตรงพระจันท์ครับ แล้วเอาบรัชหัวฟุ้งความเข้มต่ำๆ ทารอบๆ ให้เหมือนมีแสงเรืองออกมานิดๆ



    เรียบร้อย ที่เหลือก็ใส่เมฆครับ

    4. อุปกรณ์และคำส่งต่างๆ ในโฟโต้ชอบที่มีประโยชน์กับการวาดท้องฟ้า

    brush - แน่นอน อุปกรณ์หลักของเราเลย ส่วนใหญ่ผมจะให้หัวบรัชสี่ตัวนี้ครับ (CS5 นะครับ บรัชสองตัวหลัง CS4 จะไม่มี)



    gradient - ใช้ไล่สีท้องฟ้าครับ สะดวกดี แต่การไล่สีสีที่ได้จาก Gradient ผมว่ามันก็เรียบเกินไป บางทีก็ต้องเอาบรัชปาดอีกรอบ

    smudge - เครื่องมือเกลี่ยสีครับ ฝึกใช่คล่องๆ แล้วคุณจะรักเครื่องมือตัวนี้

    wrap - ใช้บิดงอวัตถุที่ต้องการครับ ส่วนใหญ่ผมจะใช้คู่กับ gradient คือเอา gradient เทสีก่อน แล้ว wrap ให้ท้องฟ้ามีลักษณะๆ โค้งๆ ครับ เครื่องมือนี้อยู่ที่ edit > transfrom > wrap

    free transfrom - ใช้ย่อ ขยาย วัตถุที่ต้องการ shortcut cmd+T (ctrl+T สำหรับวินโดวส์)

    radial blur - ตัวนี้มีประโยชน์มากเวลาเราจะทำเมฆปลิวตามลม ไปที่ filter > blur > radial blur ครับ จะเจอหน้าต่างนี้



    ตั้งค่า blur method เป็น zoom นะครับ แล้วเลื่อนจุดศูนย์กลางของการเบลอตรงกรอบทางขวา สำหรับค่า amount ด้านบน ยิ่งมากภาพของเราก็จะยิ่งเบลอมาก ขอเอาภาพเมฆข้างบนมาใส่ radial blur ให้ดูเลยแล้วกันนะ



    ก็จะได้เอฟเฟคท์ประมาณนี้แล (ลองย้อนกลับไปดูได้ครับ พวกตัวอย่างด้านบนที่เมฆดูปลิวๆ เข้าหาจุดศูนย์กลาง ใช้ radial blur ช่วยทั้งหมดเลยครับ)

    lens flare - ง่ายๆ สั้นๆ ตามชื่อคำสั่ง ใส่เลนส์แฟลร์ครับ ส่วนมากผมจะใส่กับภาพที่มีประอาทิตย์ ทำให้ภาพสวยไปอีกแบบครับ เจ้าตัวนี้อยู่ที่ filter > render > lens flare



    เป็นยังไงบ้างครับ ตาลายกันรึยัง ตอนแรกตั้งใจว่าจะเขียนเอนทรี่สั้นๆ ไปๆ มาๆ ยาวเหยียดเลย ยังไงก็หวังว่าเอนทรี่นี้จะมีประโยชน์กับทุกๆ คนที่สนใจด้านนี้นะครับ ถ้างงตรงไหนโพสถามไว้ได้เลยครับพ้ม

    สำหรับวันนี้ขอจบแต่เพียงเท่านี้ ขอให้มีความสุขกับการวาดท้องฟ้า บ้ายบายครับ

    ปิดด้วยภาพนี้ละกัน ใช้เทคนิคทั้งหมดที่เขียนในครั้งนี้แหละครับ








  7. #7
    spectra1313

    Re: UPDATE [How to CG] - มาวาดท้องฟ้ากันเถอะ

    เจิม ทริคใหม่ :004:

  8. #8
    battleboom

    Re: UPDATE [How to CG] - มาวาดท้องฟ้ากันเถอะ

    โหวว

    ท้องฟ้า

    ต้องไปลองแล้วว :022:

  9. #9
    Constrictor

    Re: UPDATE [How to CG] - มาวาดท้องฟ้ากันเถอะ

    งามแต๊ๆ :008:

  10. #10
    Fade`Heart

    Re: UPDATE [How to CG] - มาวาดท้องฟ้ากันเถอะ

    ท้องฟ้าช่างงดงามยิ่งนัก :8804:

Facebook Comments


Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts
  •